วิสัยทัศน์

โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นองค์กรสุขภาพแห่งชาติ
ด้านอาชีวเวชศาสตร์และศูนย์การแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล
Slide 1

ประวัติและความเป็นมา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

นับว่าเป็นศุภนิมิตอันดียิ่ง ที่ได้มีโรงพยาบาลถือกำเนิดเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งในประเทศด้วยงบประมาณของรัฐ ตั้งอยู่เลขที่ 109 ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 12
แขวงคันนายาว เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลนั้นคือ โรงพยาบาลชานพระนคร
ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า “โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี”
ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ รล.002/2018 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2535 ผู้เขียนได้รับฉันทานุมัติจากโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ให้เขียนประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มแรกการดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพร ะนคร
ทั้งโครงการเพราะเป็นผู้รู้เรื่องดี โดยหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปของโรงพยาบาลเป็นคนแรก
และเป็นกรรมการในคณะกรรมการก่อสร้างที่ได้รับแต่งตั้งจากแพทย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ได้ร่วมเป็นกรรมการดำเนินงานก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนคร
ทั้งโครงการจนแล้ว เสร็จ การเขียนประวัติความเป็นมาตั้งแต่แรก จึงแบ่งระยะเวลา เป็น 3 ระยะ คือ
Tab

ระยะแรก เป็นการวางแผนงาน ในปี พ.ศ. 2511–2519 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการวางแผนงาน
พิจารณาก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครสี่มุมเมือง ตามนโยบายของรัฐเพื่อสกัดกั้นผู้เจ็บป่วยจากภูมิภาค
และเขตรอบนอกบริเวณชานพระนครที่จะเดินทางเข้ามารักษาในโรงพยาบาลใจกลางพระนคร

ด้วยเหตุติดขัดการเดินทางด้านยานพหานะ ซึ่งไม่สะดวกนานับประการกรมการแพทย์จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งขึ้น
เพื่อทำการศึกษาหาข้อมูล แล้วเสนอการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครทั้งสี่มุมเมืองต่อกระทรวงสาธารณสุข 
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2510-2514) เพื่อให้สภาพัฒนาฯ พิจารณาต่อไป

กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้กรมการแพทย์ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครแห่งแรกของสี่มุมเมือง
โดยสภาบริหารปฏิวัติอนุมัติให้บริษัท สถาปนิกเจนสกล ธนารักษ์ จำกัด เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างอาคาร
โรงพยาบาลพระนครตามหนังสือที่ ฝศส.002/670 ลงวันที่ 31 กรกฏาคม พ.ศ.2515 ในขณะที่กรมการแพทย์ได้พิจารณา
จัดการที่ก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครแห่งแรก ณ จุดเขตในในกรุงเทพมหานคร นายแพทย์เชิด โทณะวณิก
อธิบดีกรมการแพทย์ ท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์มองกาลไกลว่า เขตด้านตะวันออกของกรุงเทพ จะต้องมีการขยายตัวเมืองออกมา
อย่างแน่นอน เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมมาก เช่น เขตบางกะปิ มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบัง

ต่อมาในปี พ.ศ.2516 นายแพทย์เชิด โทณะวณิก อธิบดีกรมการแพทย์ ได้รับการติดต่อจากคุณจินตนา ไชยกูล
ผู้มีจิตศรัทธาอย่างมาก โดยบริจาคที่ดินจำนวน 31 ไร่ 39 ตารางวา กม.12 ถนนรามอินทรา เขตบางกะปิ
(ในปัจจุบันเป็นเขตคันนายาว) ให้แก่กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข(ในสมัย พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิวงศ์
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์โกมล เพ็งศรีทองเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข)
เพื่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนคร และต่อมา กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขได้มองการไกล
ในการที่จะให้บริการผู้ป่วยในรอบนอกของกรุงเทพฯในด้านตะวันออก เช่น เขตบางกะปิ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง บึงกุ่ม
บางเขน ลาดพร้าว และประเวศ ในรัศมี 15 กิโมเมตร ซึ่งประชากรหนาแน่นประมาณ 2,000,000 คน และโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 1,000 แห่ง
เพื่อการขยายโรงพยาบาลให้มีเนื้อที่มากพอสมควรที่ จะจัดตั้งโรงพยาบาลให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ในภาคตะวันออกของกรุงเทพฯ
กระทรวงสาธารณสุขจึงอนุมัติให้ กรมการแพทย์จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก จำนวน 28 ไร่ 60 ตารางวา ด้วยเงินงบประมาณ 5,500,000 บาท
จากคุณจินตนา ไชยกุล ซึ่งได้บริจาคที่ดินให้ไว้ก่อนแล้วเป็นที่ดินในบริเวณเดียวกันรวมเป็นพื้นที่ 59 ไร่ 99 ตางรางวา
โดยมีหน้าดินติดถนนรามอินทรา กม.12 แขวงคันนายาว เขตบางกะปิ (ประจุบันเป็นเขตคันนายาว) กรุงเทพมหานคร

นายแพทย์เชิด โทณะวณิก อธิบดีกรมการแพทย์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาวางแผนการออกแบบและก่อสร้าง
โรงพยาบาลชานพระนครแห่งแรกในพื้นที่ 59 ไร่ 99 ตารางวา โดยกรมการแพทย์ได้แต่งตั้งนายแพทย์สมศักดิ์ สืบแสง
เป็นผู้อำนวยการโครงการ ต่อมาในปี พ.ศ.2517 ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนข้อราชการ กระทรวงสาธารณสุข
ทำให้หน้าที่รับผิดชอบของกรมการแพทย์เปลี่ยนไปเป็นกรมวิชาการมีหน้าที่ให้การสนับสนุนวิชาการแพทย์ และออกนิเทศงาน
ให้แก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลภูมิภาค โดยเหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้งในช่วงระยะปี พ.ศ. 2515-2520
ทำให้นโยบายการดำเนินงานของ โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนคร จึงเลื่อนจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2515 – 2519) มาบรรจุในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 4 (พ.ศ.2520-2524)

ระยะที่สอง เป็นการดำเนินงาน
ในปี พ.ศ. 2520-2524 เป็นระยะเวลาการดำเนินงานก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครทั้งโครงการ
โดยนายแพทย์นิพนธ์ สุวัฑฒนา อธิบดีกรมการแพทย์ ได้แต่งตั้งนายแพทย์วิทุร แสงสิงแก้ว เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ
แทนนายแพทย์สมศักดิ์ สืบแสง ผู้อำนวยการโครงการคนเดิม จากนั้น นายแพทย์วิทุร แสงสิงแก้วได้ดำเนินงานอย่างรวดเร็ว
ตามที่ได้รับแต่งตั้งจากกรมการแพทย์ ให้เป็นผู้ดำเนินงานจัดการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครทั้งโครงการ โดยลำดับวัน
เดือน ปี พ.ศ. ตั้งแต่เริ่มแรกดังนี้

ระยะที่สาม เป็นการจัดการบริหาร

วันที่ 31 กรกฏาคม พ.ศ.2515

- สภาบริหารคณะปฏิวัติอุสาหกรรมให้จ้าง บริษัทสถาปนิกเจน สกลธนารักษ์ จำกัด เป็นผู้ออกแบบและควบคุมก่อสร้าง
อาคารโรงพยาบาลชานพระนครตาม หนังสือที่ ฝศส.002/670 ลงวันที่ 31 กรกฏาคม 2515

วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2520

- แต่งตั้งคณะกรรมการวางนโยบาย และดำเนินการโรงพยาบาลชานพระนครในระยะเริ่มแรก ตามคำสั่งกรมการแพทย์ที่
194/250 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2520

วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2520

- กรมการแพทย์ทำสัญญากับห้างหุ้นส่วน จำกัด วัฒนา เอ็น จิเนียริ่ง ก่อสร้างตึกอำนวยการและตึกผู้ป่วยนอก A1 ขนาด 2 ชั้น 1
หลัง ราคา 13,800,000 บาท แล้วเสร็จตามสัญญา วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2522 รวมเวลา 540 วัน

วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2521

- แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดห้องปฏิบัติงานตึกผู้ป่วยนอกและตึกพิเคราะห์โรคของโรคบาลชานพระนคร

วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2521

- แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครตามคำสั่งกรมการแพทย์ที่ 276/2521
ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2521

วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2521

- คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนครทั้งโครงการที่เหลือตั้งแต่ A2-A17
รวม 16 หลัง ในราคาประเมิน 23,833,474 บาท ในลักษณะผูกพันงบประมาณรวมทั้งค่าออกแบบและควบคุมงาน
ตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร.0203/17683 ลงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2521
(ในสมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายแพทย์ยงยุทธ์  สัจจวาณิชย์)

สงวนลิขสิทธิ์ 2558 โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี 679 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230 โทรศัพท์ 02-517-4270-9